
กันยายน 14, 2025
5 เหตุผลที่โฮมออฟฟิศตอบโจทย์คนทำธุรกิจยุคใหม่
ในยุคที่ธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Start-up, SME, หรือธุรกิจออนไลน์ เจ้าของกิจการหลายคนต่างมองหาพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการทำงานในที่เดียวกัน ซึ่งหนึ่งในทางเลือกที่มาแรงที่สุดในช่วงไม่กี่ปีนี้คือ โฮมออฟฟิศ (Home Office)
โฮมออฟฟิศไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กลับกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงหลังโควิด-19 เมื่อการทำงานแบบ Work From Home และ Hybrid Work กลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ และธุรกิจจำนวนมากเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยที่สามารถปรับเป็นออฟฟิศได้ในเวลาเดียวกัน
วันนี้เราจะพามาเจาะลึกว่า ทำไมโฮมออฟฟิศจึงตอบโจทย์คนทำธุรกิจยุคใหม่ ผ่าน 5 เหตุผลหลักที่ทำให้คุณอยากเป็นเจ้าของ
โฮมออฟฟิศคืออะไร? ทำไมถึงเป็นที่นิยม
โฮมออฟฟิศ (Home Office) คือ บ้านที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ได้ทั้งอยู่อาศัยและทำธุรกิจ โดยมักเป็น ทาวน์โฮมหรืออาคารสูง 3–4 ชั้น ที่ชั้นล่างสามารถใช้เป็นออฟฟิศหรือพื้นที่ค้าขาย ส่วนชั้นบนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวก
ความนิยมของโฮมออฟฟิศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะ:
ไม่ต้องแยกค่าใช้จ่ายระหว่างบ้านกับออฟฟิศ
มีทำเลที่เชื่อมต่อเมืองและชุมชนธุรกิจ
ดีไซน์ทันสมัย เหมาะกับการสร้างภาพลักษณ์ธุรกิจ
ลงทุนครั้งเดียว ใช้ได้ทั้งอยู่อาศัยและทำงาน
5 เหตุผลที่โฮมออฟฟิศตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่
1. บ้าน + ที่ทำงานในที่เดียว ลดค่าใช้จ่าย
หนึ่งในข้อดีที่เด่นชัดที่สุดคือ ความคุ้มค่า คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อบ้านหนึ่งหลังและเช่าออฟฟิศอีกหนึ่งที่ แต่ใช้บ้านหลังเดียวให้เป็นทั้ง ที่อยู่อาศัยและสำนักงาน ได้ทันที
ลดค่าเช่าออฟฟิศรายเดือน
ประหยัดค่าเดินทางไป–กลับ
เพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตและทำงาน
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ที่เพิ่งเริ่มต้น การเลือกโฮมออฟฟิศจึงเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด เพราะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องได้ทันที
2. ทำเลดี ใกล้เมือง เดินทางสะดวก
โฮมออฟฟิศส่วนใหญ่มักตั้งอยู่บน ทำเลธุรกิจสำคัญ เช่น ถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า หรือวงแหวนรอบนอก ทำให้เข้าถึงลูกค้าและคู่ค้าได้สะดวก
ตัวอย่างทำเลศักยภาพในกรุงเทพฯ ที่กำลังได้รับความนิยม:
รามคำแหง – กรุงเทพกรีฑา: เชื่อมต่อใจกลางเมืองได้ง่าย ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม
รามอินทรา – จตุโชติ: ทำเลศักยภาพกำลังเติบโต ใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษก
รามอินทรา : เชื่อมต่อดอนเมือง บางเขน และสายไหม เหมาะกับธุรกิจ SME
กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่: ย่านใหม่ที่กำลังกลายเป็นศูนย์รวมบ้านหรูและโฮมออฟฟิศ
ทำเลเหล่านี้ไม่เพียงเหมาะกับการอยู่อาศัย แต่ยังช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น
3. รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
โฮมออฟฟิศส่วนใหญ่มีพื้นที่ใช้สอย 200–300 ตร.ม. หรือมากกว่า โดยการออกแบบ 3–4 ชั้นช่วยให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย เช่น:
ชั้น 1: ใช้เป็นสำนักงาน ร้านค้า หรือโชว์รูม
ชั้น 2: ห้องประชุม พื้นที่ทำงาน
ชั้น 3–4: ใช้เป็นที่อยู่อาศัย หรือห้องพักพนักงาน
ความยืดหยุ่นนี้ทำให้โฮมออฟฟิศเหมาะกับธุรกิจที่กำลังเติบโต ไม่ว่าจะเริ่มจาก SME ขนาดเล็กแล้วขยายต่อ หรือเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจในอนาคตก็ทำได้ง่าย
4. เพิ่มภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
สำหรับธุรกิจยุคใหม่ “ภาพลักษณ์” สำคัญพอ ๆ กับคุณภาพสินค้า โฮมออฟฟิศที่มีดีไซน์ทันสมัยช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้าได้ทันที
ลูกค้าที่มาเยี่ยมชมสำนักงานจะเห็นถึงความเป็นมืออาชีพ
การตกแต่งทันสมัยสะท้อนตัวตนของธุรกิจ
เหมาะกับธุรกิจ Digital Agency, Online Business, Consulting, Clinic, และ Start-up
การเลือกโฮมออฟฟิศที่อยู่บนทำเลดีและมีการออกแบบสวยงาม จึงเป็นการสร้าง Branding อย่างหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้า
5. การลงทุนระยะยาวคุ้มค่า
โฮมออฟฟิศไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัยหรือสำนักงาน แต่ยังเป็น ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ
ราคาที่ดินและอสังหาฯ มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี
สามารถปล่อยเช่าได้ทั้งหลังหรือบางส่วน
ขายต่อได้ง่ายเพราะเป็นฟังก์ชันที่ต้องการสูง
ดังนั้น การซื้อโฮมออฟฟิศจึงไม่ใช่แค่การเลือก “บ้าน” แต่คือการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนในอนาคต
โฮมออฟฟิศเหมาะกับธุรกิจประเภทไหนบ้าง?
SMEs ที่ต้องการลดต้นทุนค่าเช่า
Start-up ที่ต้องการสร้างออฟฟิศของตัวเอง
ธุรกิจออนไลน์ ที่เน้นการทำงานจากบ้านแต่ยังต้องการภาพลักษณ์มืออาชีพ
ธุรกิจครอบครัว ที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยและค้าขายในที่เดียว
คลินิก/สตูดิโอ/ร้านบริการ ที่ต้องการทำเลดีและฟังก์ชันครบ
เลือกโฮมออฟฟิศอย่างไรให้ตอบโจทย์
ทำเล: ควรอยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า หรือทางด่วน
ดีไซน์: ต้องทันสมัย รองรับการใช้งานจริง
ฟังก์ชัน: มีพื้นที่เพียงพอทั้งอยู่อาศัยและทำงาน
ราคา: ควรสมเหตุสมผล และมีโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคต
โครงการโฮมออฟฟิศที่น่าสนใจจาก Zenex
The Eiffel รามคำแหง – กรุงเทพกรีฑา โฮมออฟฟิศดีไซน์หรู 4 ชั้น บนทำเลศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม
Zenex พหลโยธิน-รามอินทรา 5 โฮมออฟฟิศทำเลรามอินทรา เชื่อมต่อวงแหวนตะวันออก เหมาะกับธุรกิจ SME และ Start-up
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโฮมออฟฟิศ
1. โฮมออฟฟิศคืออะไร?
โฮมออฟฟิศ (Home Office) คือ อาคารที่สามารถใช้ได้ทั้ง อยู่อาศัย และ ทำธุรกิจ ในที่เดียวกัน โดยมักเป็นบ้าน 3–4 ชั้น ที่ชั้นล่างใช้ทำงานหรือค้าขาย ส่วนชั้นบนใช้เป็นที่อยู่อาศัย
2. โฮมออฟฟิศต่างจากอาคารพาณิชย์อย่างไร?
โฮมออฟฟิศ: ดีไซน์ทันสมัยกว่า ออกแบบเพื่อรองรับทั้งการทำงานและอยู่อาศัยจริง มีพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว
อาคารพาณิชย์: มักเน้นการค้าขายหรือเปิดร้านเป็นหลัก การอยู่อาศัยอาจไม่สะดวกเท่าโฮมออฟฟิศ
3. ใครเหมาะกับการซื้อโฮมออฟฟิศ?
เจ้าของธุรกิจ SME หรือ Start-up
คนทำธุรกิจออนไลน์ ที่อยากมีออฟฟิศจริง
ครอบครัวที่ต้องการบ้านและที่ทำงานในที่เดียว
นักลงทุนที่ต้องการอสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่าหรือขายต่อ
4. ทำไมโฮมออฟฟิศจึงตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่?
เพราะโฮมออฟฟิศช่วย ลดต้นทุนค่าเช่า, อยู่ในทำเลธุรกิจ, ดีไซน์หรูสร้างภาพลักษณ์, รองรับการขยายทีม และยังเป็นการลงทุนที่มูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต
5. ซื้อโฮมออฟฟิศต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
ทำเล: ต้องเข้าถึงง่าย ใกล้ถนนใหญ่/รถไฟฟ้า
ฟังก์ชัน: ต้องมีพื้นที่แยกสำหรับทำงานและอยู่อาศัย
ที่จอดรถ: รองรับลูกค้าและพนักงานได้
การออกแบบ: ทันสมัย เหมาะกับธุรกิจ
ราคา: คุ้มค่าและมีโอกาสเพิ่มมูลค่า
6. โฮมออฟฟิศเหมาะกับธุรกิจประเภทไหน?
เหมาะกับหลายธุรกิจ เช่น บริษัท Digital Agency, Online Business, Clinic, Studio, Consulting, และร้านค้า/โชว์รูมเล็ก ๆ
สรุป
โฮมออฟฟิศไม่ใช่แค่บ้าน แต่คือ การรวมกันของการอยู่อาศัย + การทำงาน + การลงทุน ในหนึ่งเดียว ด้วย 5 เหตุผลหลัก ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย ทำเลศักยภาพ การขยายธุรกิจ ภาพลักษณ์ และการลงทุนระยะยาว จึงไม่น่าแปลกใจที่โฮมออฟฟิศจึงกลายเป็นคำตอบของคนทำธุรกิจยุคใหม่
หากคุณกำลังมองหาโฮมออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่มีดีไซน์หรู ทำเลดี และฟังก์ชันครบถ้วน ลองพิจารณาโครงการจาก Zenex Property เพราะนี่ไม่ใช่แค่บ้าน แต่คือการลงทุนในอนาคตของคุณ